เลือก Digital Marketing Agency ที่ไหนดี ให้ตอบโจทย์ธุรกิจที่สุด? รวมทุกเรื่องที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจจ้าง

ในฐานะที่เราเป็นบริษัท Digital Marketing Agency ทางเราเข้าใจดีว่าทุกธุรกิจต้องการเพิ่มยอดขาย เพิ่มการเข้าชมเว็บไซต์รวมถึงต้องการสร้างแบรนด์สินค้าให้เป็นที่รู้จักกันมากขึ้น เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจ เพราะตอนนี้การตลาดในปัจจุบันมีการแข่งขันกันที่สูงขึ้นทุกวัน จนทำให้ลูกค้าค้นหาสินค้าหรือบริการของคุณไม่เจอบนโลกออนไลน์หรือไม่รู้จักแบรนด์สินค้าของคุณ หลาย ๆ คนจึงต้องเริ่มมองหา เอเจนซี่การตลาดออนไลน์มารับทำให้ เพื่อวางแผนธุรกิจของคุณให้เหมาะสมกับตัวธุรกิจจริง ๆ วันนี้ทาง Sienpae ในฐานะที่ปรึกษาทางการตลาดออนไลน์ที่มีประสบการณ์ จะมาเป็นผู้ช่วยให้คุณเอง โดยจะพามาทำความรู้จักในทุกแง่มุมตั้งแต่บริการที่จำเป็น ไปจนถึงเช็กลิสต์ที่สำคัญก่อนตัดสินใจ เพื่อให้สามารถเลือกพาร์ทเนอร์คู่คิดที่จะสามารถนำพาธุรกิจไปสู้เป้าหมายได้อย่างแม่นยำ

Sienpae

เอเจนซีการตลาด Digital Marketing Agency คืออะไร

หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับคำว่า เอเจนซีการตลาด แต่เพื่อให้มีความเข้าใจที่ตรงกันอย่างชัดเจน Digital Marketing Agency ไม่ใช่เป็นเพียงแค่บริษัทที่รับทำโฆษณาออนไลน์ ประชาสัมพันธ์สินค้าหรือดูแลแฟนเพจเท่านั้นนะจริง ๆ แล้วพวกเรามีบทบาทที่ลึกซึ้งกว่านั้นมาก โดยสามารถนิยามได้ว่าเป็น พาร์ทเนอร์ หรือ ทีมการตลาดส่วนขยาย ของธุรกิจของคุณเลยก็ว่าได้ หน้าที่หลักของเอเจนซี่คือการเข้ามาช่วยวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาดดิจิทัลทั้งหมด ตั้งแต่การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายและคู่แข่ง ไปจนถึงการเลือกใช้เครื่องมือและช่องทางที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้ธุรกิจบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มยอดขาย การสร้างการรับรู้แบรนด์ หรือการหาลูกค้าใหม่ ๆ ซึ่งทั้งหมดนี้อาศัยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์โดยตรงที่ทีมของคุณอาจจะยังไม่มีนั่นเอง

บริการหลักของ Digital Marketing Agency ครอบคลุมอะไรบ้าง

เพื่อที่จะให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนกันมากขึ้นว่าบริษัทเอเจนซี่เข้ามามีส่วนช่วยธุรกิจในด้านไหนกันบ้างได้ เรามาเริ่มดูกันก่อนว่าจริง ๆ บริการหลัก ๆ ของบริษัท Digital Marketing Agency ที่ดีและครบวงจรส่วนมากที่ให้บริการนั้นครอบคลุมอะไรกันบ้าง ซึ่งในแต่ละส่วนก็มีความสำคัญที่แตกต่างกันออกไป

การวางกลยุทธ์การตลาด (Marketing Strategy)

บริการที่เป็นหัวใจและแผนที่นำทางทั้งหมด ก่อนจะเริ่มทำการตลาดไม่ว่าจะเป็นออนไลน์หรือออฟไลน์ซึ่ง เอเจนซี่มืออาชีพจะเริ่มต้นจากการวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจ กลุ่มเป้าหมายและคู่แข่งอย่างละเอียด เพื่อนำมาวางแผนกลยุทธ์ก่อนลงมือทำเสมอ ซึ่งขั้นตอนนี้มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะมันจะช่วยกำหนดทิศทางว่าควรจะใช้เครื่องมืออะไรบ้างในการดำเนินงานทางด้านการตลาดพร้อมกำหนด งบประมาณการตลาดว่าเท่าไหร่ และยังใช้ในการวัดผลความสำเร็จ เพื่อให้ทุกกิจกรรมที่ทำหลังจากนี้ไม่สูญเปล่าและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

การรับทำ SEO (Search Engine Optimization)

SEO-1

บริการรับทำ SEO คือกระบวนการปรับปรุงและพัฒนาตัวเว็บไซต์ของเพื่อให้ติดอันดับในผลการค้นหาบน Google, Facebook, TikTok, IG, Shopee, Lazada ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันนี้ที่ลูกค้าจะค้นหาสิ่งที่ต้องการผ่านช่องทางค้นหาก่อนเสมอ ซึ่งทางเอเจนซี่จะเข้ามาดูแลตั้งแต่การปรับโครงสร้างของตัวเว็บไซต์, การวิเคราะห์คีย์เวิร์ดที่ลูกค้าใช้ในการค้นหา, ไปจนถึงการสร้างเนื้อหาที่มีคุณภาพ เพื่อทำให้ลูกค้าสามารถค้นเจอธุรกิจได้ง่ายขึ้น ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่ให้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนในระยะยาวเลย

การลงโฆษณาออนไลน์ (Online Advertising)

Google_Ads

การเพิ่มยอดขายหรือเพิ่มการรับรู้เกี่ยวกับสินค้าและแบรนด์ การลงโฆษณาในช่องทางออนไลน์ถือเป็นทางเลือกที่เห็นผลได้เร็วที่สุดอีกช่องทางหนึ่ง โดยบริการนี้จะครอบคลุมทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น Google Ads ที่จะทำให้โฆษณาไปปรากฏบนหน้าผลการค้นหาของ Google ในทันทีและ Social Media Ads เช่น รับยิงแอด Facebook, Instagram Ads, หรือ TikTok Ads ที่สามารถกำหนดเป้าหมายไปยังกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการได้โดยช่องทางการโฆษณาจะขึ้นอยู่กับ Marketing Strategy ที่ได้กำหนดกันไว้โดยทางเอเจนซี่จะช่วยบริหารแคมเปญและงบประมาณเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าที่สุดกับเงินที่เสียไป

การตลาดผ่านโซเชียลมีเดีย (Social Media Marketing)

Facebook_logo

นอกเหนือจากการซื้อโฆษณาแล้ว การตลาดบนโซเชียลมีเดียยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสื่อสารของแบรนด์เพื่อสร้างการรับรู้ของแบรนด์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างคอนเทนต์เพื่อสื่อสารกับลูกค้าเพื่อสร้างภาพลักษณ์ขององค์กร รวมถึงการสร้างกิจกรรมเพื่อสร้างการมีส่วนร่วม จนถึงการดูแลตอบคำถามและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เพื่อเปลี่ยนจากผู้ติดตามให้กลายมาเป็นลูกค้าที่ภักดีต่อแบรนด์ในที่สุด

การสร้างคอนเทนต์ (Content Marketing)

teach

หัวใจสำคัญของการตลาดในยุคนี้คือการสร้าง คอนเทนต์ ที่มีประโยชน์พร้อมคุณค่าเพื่อดึงดูดและสร้างความไว้วางใจให้กับกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นบทความในการเผยแพร่ให้ความรู้ วิดีโอหรือแม้แต่อินโฟกราฟิก บริษัทเอเจนซี่จะช่วยวางแผนและผลิตคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์ตามความสนใจของลูกค้า ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยในเรื่อง SEO เท่านั้นแต่มันยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ของความเป็นผู้เชี่ยวชาญ (Expertise) และทำให้แบรนด์ของสินค้ามีความน่าเชื่อถือมากขึ้นไปอีกด้วย

ทำไมการจ้าง Agency ในการทำตลาดถึงดีกว่าการสร้างทีมเอง

นี่เป็นคำถามที่ค่อนข้างสำคัญที่เจ้าของธุรกิจหลายคนต้องตัดสินใจ ระหว่างการลงทุนจ้างทางทีมเอเจซี่ Digital Marketing Agency กับการสร้างทีมการตลาดขึ้นมาเอง (In-house) ซึ่งทั้งสองแบบก็มีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันไป แต่ถ้าจะให้มองในมุมของความคุ้มค่าและความรวดเร็วในการเติบโตแล้วของบริษัทแล้ว การเลือกใช้บริการเอเจนซี่ก็มีข้อได้เปรียบที่น่าสนใจค่อนข้างมาก

ข้อได้เปรียบที่เด่นชัดที่สุดก็คือเรื่องของ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์การทำงาน การตลาดดิจิทัลนั้นมีรายละเอียดที่ค่อนข้างมากและมีการเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ๆ การจะสร้างทีม In-house ที่มีความสามารถครบทุกด้าน ตั้งแต่คนทำ SEO คนยิงแอด ไปจนถึงคนทำคอนเทนต์ จะต้องใช้ทั้งเวลาและงบประมาณในการจ้างที่สูงมากไหนจะเรื่องของความสามารถอีก ในขณะที่เอเจนซี่หนึ่งทีมนั้นจะรวบผู้เชี่ยวชาญในแต่ละแขนงไว้ให้พร้อมใช้งานได้ทันที พวกเขามีประสบการณ์จากการดูแลธุรกิจที่หลากหลายประเภท เลยทำให้มองเห็นภาพรวมและแนวทางการแก้ปัญหาได้แม่นยำกว่านอกจากนี้ เอเจนซี่ยังมาพร้อมกับ เครื่องมือและเทคโนโลยี ระดับมืออาชีพ ซึ่งมีราคาสูงเกินกว่าที่ธุรกิจ SME ส่วนใหญ่จะลงทุนซื้อเอง ทำให้ได้เปรียบในการเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกเพื่อนำมาวิเคราะห์แนวทางการวางแผนการตลาดได้ดีกว่าสุดท้ายแล้ว เมื่อเทียบค่าใช้จ่ายทั้งหมด ทั้งเงินเดือนพนักงาน สวัสดิการ ค่าเครื่องมือ และค่าฝึกอบรม การจ้างเอเจนซี่ในหลาย ๆ กรณีเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและเห็นผลลัพธ์ได้เร็วกว่านั่นเอง

วิธีเลือก Digital Marketing Agency ให้เหมาะกับธุรกิจ

หลังจากที่เราเข้าใจบทบาทและรูปแบบบริการของบริษัทเอเจนซี่กันไปแล้ว คำถามต่อไปก็คือ แล้วเราจะเลือกอย่างไรให้ได้พาร์ทเนอร์ที่ดีที่สุด ที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาทางธุรกิจของได้จริง ๆ ทาง sienpae ได้สรุปเป็น Checklist ง่าย ๆ 5 ข้อ เพื่อให้นำไปใช้พิจารณาและตรวจสอบก่อนตัดสินใจได้เลย

1. ตรวจสอบจากผลงานและ Case Study ที่ผ่านมา

สิ่งแรกที่ต้องดูก็คือผลงานที่ทางเอเจนซี่ได้ทำให้กับลูกค้าโดยดูจากผลงานและ Case Study ที่แสดงให้เห็นถึงปัญหาของลูกค้า วิธีการที่เอเจนซี่เข้าไปแก้ไขและที่สำคัญคือผลลัพธ์ที่วัดผลได้เป็นตัวเลขอย่างชัดเจน เช่น ยอดขายเพิ่มขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์ หรือต้นทุนโฆษณาต่อลูกค้าหนึ่งคนลดลงเท่าไหร่ ลองถามหาเคสที่ใกล้เคียงกับธุรกิจดู เพื่อจะได้มั่นใจว่าพวกเขามีประสบการณ์และสามารถสร้างผลลัพธ์แบบเดียวกันให้ได้จริง

2. มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจประเภทเดียวกับเราหรือไม่

ข้อนี้สำคัญมาก ๆ โดยเฉพาะธุรกิจที่มีความเฉพาะทางสูงอย่าง คลินิกเสริมความงาม หรือธุรกิจที่ต้องการความเข้าใจในตัวสินค้าเป็นพิเศษ การเลือกเอเจนซี่ที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมของคุณจะช่วยย่นระยะเวลาในการเรียนรู้ไปได้มากขึ้น พวกเขาจะเข้าใจศัพท์เฉพาะทาง กฎระเบียบต่าง ๆ และที่สำคัญคือเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าได้ทันที ทำให้สามารถวางกลยุทธ์ที่เฉียบคมและเริ่มงานเลย

3. ทีมงานมีความน่าเชื่อถือและประสบการณ์แค่ไหน

เวลาที่เราจ้างเอเจนซี่ อย่ามองแค่ชื่อเสียงของบริษัทนะครับ แต่ต้องดูไปถึงทีมงานที่จะเข้ามาดูแลโปรเจกต์ของคุณโดยตรงด้วย ลองสอบถามดูว่าทีมประกอบด้วยใครบ้าง แต่ละคนมีประสบการณ์ด้านไหน และใครคือผู้ติดต่อหลักของคุณ ลองสังเกตดูว่าทีมงานมีความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับธุรกิจของคุณมากน้อยแค่ไหน เพราะสุดท้ายแล้วคุณจะต้องทำงานและสื่อสารกับคนกลุ่มนี้ไปอีกนาน ความสัมพันธ์ที่ดีและความเข้าใจตรงกันจึงเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้เลย

4. รูปแบบการสื่อสารและการรายงานผลโปร่งใส ชัดเจน

ความโปร่งใสคือหัวใจสำคัญของความสัมพันธ์ที่ดีครับ ควรถามให้ชัดเจนตั้งแต่แรกเลยว่า จะมีการรายงานผลอย่างไรบ้าง, บ่อยแค่ไหน (รายสัปดาห์ หรือรายเดือน), และมีช่องทางการสื่อสารหลักเป็นอะไร เอเจนซี่ที่ดีควรจะต้องสามารถอธิบายได้ว่าตัวเลขแต่ละตัวในรีพอร์ตหมายความว่าอย่างไร มีความสำคัญกับธุรกิจของคุณแค่ไหน และจะนำข้อมูลเหล่านั้นไปปรับปรุงแผนในอนาคตได้อย่างไร เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าทุกอย่างกำลังดำเนินไปในทิศทางที่ถูกต้อง

5. งบประมาณสมเหตุสมผลและวัดผลได้จริง

เรื่องสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด คือเรื่องของงบประมาณครับ อย่ามองหาแค่เอเจนซี่ที่เสนอราคา “ถูกที่สุด” แต่ให้มองหาเอเจนซี่ที่เสนอราคาอย่าง “สมเหตุสมผล” และสามารถอธิบายได้อย่างชัดเจนว่าเงินทุกบาทของคุณจะถูกนำไปใช้อย่างไร และคาดหวังผลตอบแทนอะไรกลับมาได้บ้าง ข้อเสนอที่ดีควรจะเชื่อมโยงค่าใช้จ่ายเข้ากับเป้าหมายทางธุรกิจของคุณได้อย่างชัดเจน เพื่อให้การลงทุนครั้งนี้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด

คำถามสำคัญที่ต้องถาม ก่อนตัดสินใจเซ็นสัญญา

เมื่อคุณได้ Checklist และมีเอเจนซี่ในใจแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการพูดคุยในรายละเอียดเชิงลึกครับ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันและป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การเตรียมคำถามที่ดีเข้าไปคุยจะแสดงถึงความใส่ใจของคุณ และยังช่วยให้คุณได้ข้อมูลที่สำคัญมาประกอบการตัดสินใจด้วย นี่คือลิสต์คำถามสำคัญที่คุณควรถามก่อนที่จะเซ็นสัญญาครับ

  • เราจะใช้อะไรเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จ (KPIs) ของแคมเปญนี้ คำถามนี้จะช่วยให้คุณและเอเจนซี่มีเป้าหมายที่ตรงกันตั้งแต่แรก และทำให้รู้ว่าสุดท้ายแล้วจะวัดผลกันจากอะไร เช่น ยอดขาย, จำนวนลูกค้าใหม่, หรือต้นทุนต่อการได้มาซึ่งลูกค้าหนึ่งคน
  • ใครคือผู้ดูแลแคมเปญหรือผู้ติดต่อหลักของเราโดยตรง เพื่อให้คุณรู้ว่าจะต้องประสานงานกับใครโดยตรง และมั่นใจได้ว่ามีคนรับผิดชอบโปรเจกต์ของคุณอย่างชัดเจน
  • กระบวนการทำงานและอนุมัติงานเป็นอย่างไร คำถามนี้จะช่วยสร้างความชัดเจนในขั้นตอนการทำงาน เช่น ใครเป็นคนอนุมัติชิ้นงานโฆษณา หรือต้องใช้เวลานานแค่ไหนในการปรับแก้คอนเทนต์ เพื่อให้การทำงานร่วมกันราบรื่น
  • หากผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ มีแผนสำรองหรือแนวทางการปรับกลยุทธ์อย่างไร เอเจนซี่ที่ดีจะไม่ได้มีแค่แผน A แต่ต้องคิดเผื่อแผน B ไว้ด้วย คำถามนี้จะแสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพและความพร้อมในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของทีม
  • รายละเอียดในสัญญาและค่าบริการครอบคลุมอะไรบ้าง มีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เพิ่มเติมนอกเหนือจากนี้หรือไม่” เป็นคำถามสำคัญเพื่อความโปร่งใสเรื่องค่าใช้จ่าย ควรถามให้แน่ใจว่าราคาที่ตกลงกันนั้นครอบคลุมบริการอะไรบ้าง และมีเงื่อนไขการยกเลิกสัญญาอย่างไร

สรุการเลือกเอเจนซี่ที่ใช่ เหมือนได้พาร์ทเนอร์คู่คิดทางธุรกิจ

การเลือก digital marketing agency นั้นมีความสำคัญมากกว่าแค่การหาคนมาทำงานให้เสร็จ ๆ ไปครับ แต่มันคือการตัดสินใจเลือก “พาร์ทเนอร์” ที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมและร่วมกันวางแผนเพื่อการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว การเลือกพาร์ทเนอร์ที่ใช่ ไม่เพียงแต่จะช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างยอดขายตกหรือการแข่งขันสูงได้เท่านั้น แต่ยังช่วยวางรากฐานการตลาดที่แข็งแกร่งให้กับธุรกิจของคุณอีกด้วย ดังนั้น การใช้เวลาศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด การตรวจสอบผลงานที่ผ่านมา และการตั้งคำถามที่ถูกต้องในกระบวนการคัดเลือก จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าอย่างยิ่ง เพราะเมื่อคุณเจอเอเจนซี่ที่เหมาะสมแล้ว พวกเขาก็เปรียบเสมือนได้พาร์ทเนอร์คู่คิด ที่จะช่วยนำพาธุรกิจของคุณให้ก้าวไปข้างหน้าและบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้อย่างมั่นคง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ค่าบริการของ Digital Marketing Agency นั้นมีความแตกต่างกันค่อนข้างมากครับ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ขนาดของธุรกิจ ขอบเขตของงานที่ต้องการ ความซับซ้อนของแคมเปญ และชื่อเสียงของเอเจนซี่นั้น ๆ โดยทั่วไปอาจเริ่มต้นได้ตั้งแต่หลักหมื่นบาทต่อเดือนสำหรับ SME ขนาดเล็ก ไปจนถึงหลักแสนหรือหลายแสนบาทสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ที่มีความต้องการซับซ้อน ทางที่ดีที่สุดคือการขอใบเสนอราคาจากเอเจนซี่ที่คุณสนใจ 2-3 แห่ง เพื่อนำมาเปรียบเทียบความคุ้มค่าของบริการที่จะได้รับครับ

ระยะเวลาในการเห็นผลลัพธ์นั้นขึ้นอยู่กับบริการที่เลือกใช้ครับ หากเป็นการลงโฆษณาออนไลน์ (Online Advertising) เช่น Google Ads หรือ Facebook Ads ส่วนใหญ่มักจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ในเชิง Traffic หรือยอดขายได้ภายใน 1-3 เดือนแรก แต่ถ้าหากเป็นกลยุทธ์ระยะยาวอย่างการทำ SEO ซึ่งเน้นการสร้างความน่าเชื่อถือและอันดับบน Google อย่างยั่งยืน อาจต้องใช้เวลาประมาณ 6-12 เดือนจึงจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนและมั่นคง

โดยทั่วไปแล้ว สัญญาจ้างขั้นต่ำมักจะเริ่มต้นที่ 6 เดือนถึง 1 ปีครับ เหตุผลก็เพราะการทำการตลาดดิจิทัล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำ SEO และ Content Marketing เป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาในการสร้างรากฐาน, เก็บข้อมูล, และปรับปรุงกลยุทธ์เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในระยะยาว การทำสัญญาระยะสั้นเกินไปอาจทำให้ยังไม่ทันเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนครับ

บทความน่าสนใจ

สอน Google ADS ตั้งแต่เริ่มจน Advanced

สอนการทำ Google Ads พร้อมเทคนิคไปให้แคมเปญโฆษณาของคุณดึงประสิทธิภาพออกมาได้สูงที่สุด

ดันยอดขายด้วยการ ยิง Google Ads

การดันยอดขายบนตลาดออนไลน์ ด้วยการยิง Google Ads เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จทาง [...]

การทำโฆษณา Google ads ให้ได้ลูกค้าคุณภาพ

6 เทคนิคการทำโฆษณา Google Ads ให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด

กาลครั้งหนึ่งเมื่อตัวฉันหัดยิงโฆษณาในเฟสบุ๊ก..ต้องรู้อะไรบ้าง

สวัสดีคร้าบบ..มาพบกันอีกแล้วในบทความดีๆมีประโยชน์ (แต่อ่านง่ายไม่เครียดนะ)สำหรับนักท่องโลกยุทธจักรกา [...]

Google Marketing เครื่องมือการตลาดในยุคโควิด ไม่มีไม่ได้

เครื่องมือ Google Marketing โดยปัจจุบันการทำตลาดโดยอาศัยกูเกิลแพลตฟอร์มนั้นเป็นสิ่งที่ง่ายขึ้น

Google Analytics 4 เข้ามาแทน UA มีอะไรใหม่บ้าง ?

Google Analytics คืออะไรมีใครสักกี่คนที่จะรู้จริงบ้างแล้วตัวใหม่ที่ออกมามีอะไรน่าใช้บ้าง