1. ตรวจสอบจากผลงานและ Case Study ที่ผ่านมา
สิ่งแรกที่ต้องดูก็คือผลงานที่เอเจนซี่เคยทำให้ลูกค้า โดยพิจารณาจากผลงานและ Case Study ที่แสดงให้เห็นถึงปัญหาของลูกค้า วิธีการที่เอเจนซี่เข้าไปแก้ไขและที่สำคัญคือผลลัพธ์ที่วัดได้เป็นตัวเลขอย่างชัดเจน เช่น ยอดขายเพิ่มขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์ หรือต้นทุนโฆษณาต่อลูกค้าหนึ่งคนลดลงเท่าไร ลองถามหาเคสที่ใกล้เคียงกับธุรกิจดู เพื่อจะได้มั่นใจว่าพวกเขามีประสบการณ์และสามารถสร้างผลลัพธ์แบบเดียวกันให้ได้จริง
2. มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจประเภทเดียวกับเราหรือไม่
ข้อนี้สำคัญมาก ๆ โดยเฉพาะธุรกิจที่มีความเฉพาะทางสูงอย่าง
คลินิกเสริมความงาม หรือธุรกิจที่ต้องการความเข้าใจในตัวสินค้าเป็นพิเศษ การเลือกเอเจนซี่ที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมของคุณจะช่วยลดระยะเวลาในการเรียนรู้ได้มาก พวกเขาจะเข้าใจศัพท์เฉพาะทาง กฎระเบียบต่าง ๆ และที่สำคัญคือเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าได้ทันที ทำให้สามารถวางกลยุทธ์ที่เฉียบคมและเริ่มงานได้เลย
3. ทีมงานมีความน่าเชื่อถือและประสบการณ์แค่ไหน
เวลาที่เราจ้างเอเจนซี่ อย่ามองแค่ชื่อเสียงของบริษัทนะครับ แต่ต้องดูไปถึงทีมงานที่จะเข้ามาดูแลโปรเจกต์ของคุณโดยตรงด้วย ลองสอบถามดูว่าทีมประกอบด้วยใครบ้าง แต่ละคนมีประสบการณ์ด้านไหน และใครคือผู้ติดต่อหลักของคุณ ลองสังเกตดูว่าทีมงานมีความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับธุรกิจของคุณมากน้อยแค่ไหน เพราะสุดท้ายแล้วคุณจะต้องทำงานและสื่อสารกับคนกลุ่มนี้ไปอีกนาน ความสัมพันธ์ที่ดีและความเข้าใจตรงกันจึงเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้เลย
4. รูปแบบการสื่อสารและการรายงานผลที่โปร่งใสและชัดเจน
ความโปร่งใสคือหัวใจสำคัญของความสัมพันธ์ที่ดีครับ ควรถามให้ชัดเจนตั้งแต่แรกเลยว่า จะมีการรายงานผลอย่างไรบ้าง บ่อยแค่ไหน (รายสัปดาห์หรือรายเดือน) และใช้ช่องทางใดเป็นช่องทางหลักในการสื่อสาร เอเจนซี่ที่ดีควรสามารถอธิบายได้ว่าตัวเลขแต่ละตัวในรีพอร์ตหมายความว่าอย่างไร มีความสำคัญกับธุรกิจของคุณแค่ไหน และจะนำข้อมูลเหล่านั้นไปปรับปรุงแผนในอนาคตได้อย่างไร เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าทุกอย่างกำลังดำเนินไปในทิศทางที่ถูกต้อง
5. งบประมาณสมเหตุสมผลและวัดผลได้จริง
เรื่องสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด คือเรื่องของงบประมาณครับ อย่ามองหาแค่เอเจนซี่ที่เสนอราคา “ถูกที่สุด” แต่ให้มองหาเอเจนซี่ที่เสนอราคาอย่าง “สมเหตุสมผล” และสามารถอธิบายได้อย่างชัดเจนว่าเงินทุกบาทของคุณจะถูกนำไปใช้อย่างไร และคาดหวังผลตอบแทนอะไรกลับมาได้บ้าง ข้อเสนอที่ดีควรจะเชื่อมโยงค่าใช้จ่ายเข้ากับเป้าหมายทางธุรกิจของคุณได้อย่างชัดเจน เพื่อให้การลงทุนครั้งนี้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด